You have logged in on an account that is not able to order. Thus, you will not be able to place any order, nor check any price. Continue, Switch Account or Contact your Customer Service.
Please wait while processing...
Dear customer,
We are processing your request.
Please do not leave the session, this operation can take several minutes.
You will be informed when it is complete.
Thank you for your patience.

Logout
Thank you for your visit, see you soon on Lyreco
Filter by
Help filter
If you are looking for a specific type of products like a product from our green product range or the ergonomic products, you can refine your product selection by ticking the relevant criteria. The search results are narrowing down automatically. You can combine multiple criterias to narrow further down your results. In order to revert your selection, remove a search criteria by unticking the relevant criteria box.
Need Help?
0845 767 6999
From 8AM to 6PM
Contact us online
News
Lyreco Newsroom
ติดตามข้อมูลข่าวสารล่าสุดและสาระดีๆ จากลีเรคโก
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยการเลือกการจัดส่งรูปแบบใหม่ "ให้ลีเรคโกเลือกวันจัดส่ง"
ทุกวันนี้ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ของสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลยคือ แมส หรือหน้ากากอนามัย นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากผ้า หน้ากากฟองน้ำ หน้ากากคาร์บอน หรือหน้ากากทางการแพทย์ แน่นอนว่าเราใส่หน้ากากเพื่อเพื่อปกป้องตัวเราเองหรือผู้อื่นจากฝุ่นละออง เชื้อโรค หรือกลิ่นควันต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิดเช่นนี้ ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการใส่และการเลือกซื้อหน้ากากเป็นอย่างมาก คุณสมบัติการปกป้องด้านต่างๆถูกนำมาพิจรณาอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะซื้อหน้ากากมาใช้ รวมถึงความคุ้มค่าคุ้มราคาของหน้ากากแต่ละชนิดด้วย หลายคนเลือกใช้หน้าแบบที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เช่นหน้ากากผ้า เพื่อความประหยัด แต่บางครั้งในเรื่องของคุณสมบัติปกป้องบางอย่างที่หาไม่ได้ในหน้ากากผ้า ก็จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้หน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งหรือหน้ากากกรองอนุภาคเพื่อการปกป้องที่ดียิ่งขึ้น เราจะมาทำความรู้จักหน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งประเภทต่างๆกันว่า ทำมาจากอะไร หรือมีคุณสมบัติการปกป้องอะไรที่เราต้องพิจารณาบ้าง
แบ่งเป็น หน้ากากอนามัย (Mask) และ หน้ากากกรองอนุภาค (Respirator)
ตามมาตรฐานสากลของสถาบันอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา (NIOSH)
จะแบ่งเป็นหน้ากาก Surgical mask เป็น 3 ระดับตามสมรรถนะในการป้องกนัการกรอง และการซึมผ่านของของเหลว
มาตรฐานการทดสอบการป้องกันของเหลวซึมผ่าน ไม่ว่าจะจากประเทศไทย มอก.2424-2562, ASTM F2100 จากสหรัฐอเมริกา, YY 0469 – 2011, YY/T 0691-2008, YY/T 0969 – 2013 จากจีน, จากญี่ปุ่น, AS4381 จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมไปถึง EN 14683:2014 และ ISO 22609 ที่มาตรฐานของสหภาพยุโรป จะเป็นการบ่งบอกประสิทธิภาพที่สามารถป้องกันสารคัดหลั่งจากน้ำมูก น้ำลาย และละอองเชื้อต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม หากหน้ากากอนามัยที่ไม่ได้ระบุค่าประสิทธิภาพต่างๆ แต่ได้รับการอนุญาตจาก อย. ยังคงมีคุณสมบัติในการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสที่มาพร้อมละอองต่าง ๆ จากสารคัดหลั่งได้
สําหรับผู้ที่ต้องดูแล เฝ้าระวังและบุคคลากรทางการแพทย์ที่จําเป็นต้องอยู่ในสถานที่ ที่แวดล้อมด้วยผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วย การป้องการทางเดินหายใจจากอากาศภายนอกหน้ากากจึงเป็นสิ่งจําเป็น ซึ่งสามารถทําได้ด้วยการใช้ หน้ากากกรองอนุภาค หรือที่ทุกคนคุ้นเคยกัน เช่น หน้ากาก N95 ซึ่งจะให้การปกป้องและประสิทธภาพในการกรองที่ดีกว่า หน้ากากทางการแพทย์ และขณะสวมใส่หน้ากากจะแนบสนิทกับใบหน้าทําให้อากาศที่ผ่านเข้ามาจากภายนอกผ่านการกรองทั้งหมด หน้ากากกรองอนุภาคจะต้องมีการตรวจสอบความพอดีกับใบหน้า ทุกครั้งจึงจะทําให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันสูง
หน้ากากกรองอนุภาค ส่วนมากผลิตจากเม็ดพลาสติกประเภทพอลีโพรพิลีน โดยวิธีไม่ผ่านการทอ ในลักษณะคล้ายกับวัสดุที่ใช้ผลิตหน้ากากทางการแพทย์ แต่เส้นใยจะมีขนาดเส้นเล็กในระดับนาโนเมตร เส้นใยไม่เป็นเส้นยาวต่อเนื่อง และมีความแข็งแรงน้อยกว่า ดังนั้นจึงใช้ประกอบร่วมกันกับผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ผ่านการถักทอ ผ้าสปันบอนด์ (Spunbond nonwovens) เพื่อให้หน้ากากมีความแข็งแรง ด้านนอกสุด (ด้านที่สัมผัสกับอากาศ) มีความหนาแน่น 20-50 g/m2 ตรงกลางเป็นชั้นกรองที่มีความหนาแน่นสูงถึง 250 g/m2 จากชั้นนี้ จะเป็น ผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ผ่านการถักทอ ที่ละเอียดขึ้นอีก ที่เรียกว่า ผ้าเมลต์โบลวน์ (Meltblown nonwovens) ซึ่งทําหน้าที่ เป็นแผ่นกรองโดยอาศัยหลักการกรอง และหลักการดักจับอนุภาคด้วยประจุไฟฟ้า และด้านในสุดเป็นชั้น ผ้าสปันบอนด์ เพื่อให้ความ สบายในการสวมใส่ โดยทําการเชื่อมต่อชั้นต่างๆ เข้าด้วยกันด้วยอัลตร้าโซนิค
ตามมาตรฐานสากลของสถาบันอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา (NIOSH)
ประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคได้จะจัดอันดับเป็น 95, 99 และ 100% ตามลําดับ เช่นหน้ากาก N95, N99 และ N100 ซึ่งสามารถเทียบเคียงกับมาตรฐานมาตรฐานยุโรป (European Standard, EN 149) FFP1 (80%), FFP2 (94%), FFP3 (99%) และ มาตรฐานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (Australia/New Zealand Standard, AS/NZS 1761) P1 (80%), P2 (94%), P3 (99%) ตามลําดับ
นอกจากนี้ หน้ากากกรองอนุภาค ยังมีอีก 1 ชนิด คือ ชนิดมีวาล์ว หรือลิ้นระบายอากาศ เพื่อลดความอึดอัดขณะส่วมใส่
การสวมหน้ากากอนามัย กับโคโรน่าไวรัส (โควิด 19 - COVID-19 )
หากจะพูดถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัส เช่น โคโรน่าไวรัส หรือ โควิด 19 ในช่วงนี้ แน่นอนว่าไม่มีหน้ากากอนามัยไหนที่ปกป้องการติดเชื้อได้ 100% แต่การสวมใส่แมสสามารถลดการกระจายของละอองฝอยจากการไอจามได้ จึงเป็นการลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้เช่นกัน ในกรณีสวมใส่เพื่อป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ ในชีวิตประจำวันทั่วไป สามารถเลือกแมสได้หลากหลายตามความต้องการ หน้ากากผ้า หน้ากกาอนามัยทั่วไป หน้ากากคาร์บอน หรือหากเลือกใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ควรเลือกที่ได้รับมาตรฐานรับรองที่ระบุค่า
PFE = PARTICULATE FILTRATION EFFICIENCY
ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิดได้ เนื่องจากไวรัส COVID-19 มีขนาด 0.12 ไมครอน พร้อมกับการเว้นระยะห่างและ ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์อยู่เสมอ อีกทั้งมีการแนะนำจากกระทรวงสาธารณะสุขให้มีการสวมใส่แมส 2 ชั้น ชั้นใน (ชั้นที่ชิดกับใบหน้า) สวมใส่เป็นหน้าการอนามัยและสวมทับด้วยหน้ากากผ้า เพื่อเพิ่มความกระชับให้การสวมใส่แมส สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ ควรเลือกสวมใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์หรือหน้ากากกรองอนุภาคเท่านั้น เช่นกันกับผู้ที่ติดเชื้อ ต้องส่วมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หรือหน้ากากกรองอนุภาคเท่านั้น แต่ต้องไม่ใช้หน้ากากชนิดมีวาล์ว เนื่องจากหน้ากากชนิดมีวาล์ว ในขณะที่ผู้สวมใส่หายใจออก อาจมีการแพร่กระจายของเชื้อออกมาทางวาล์วได้
0-825-09-08-07 From 8AM to 6PM
Contact us online. Here we are to get your job done. Easier & faster.